• วัน-เวลาทำการ

    จ.-ศ. 09.00-18.00 / ส. 09.00-12.00

  • Hotline

    085-242-6838, 02-533-9883

ขับรถเที่ยวเกาะใต้ นิวซีแลนด์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องโลก

ถ้ามีโอกาสจะได้เดินทางไปที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ โดยที่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลา และเงินทองต่าง ๆ เชื่อว่าขับรถเที่ยวเกาะใต้ นิวซีแลนด์ น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทาง ที่ยังตราตรึงอยู่ในใจของคนอีกค่อนโลก

การเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นจากเมืองไคร้สท์เชิร์ช – เลค เทคาโป – ดันเนดิน – เต อะนาว – มิลฟอร์ด ซาวน์  และจบทริปน่าตื่นเต้นนี้ลงที่เมืองควีนส์ทาวน์ ระยะเวลาขับรถเที่ยวครั้งนี้ 8 วัน 6 คืน

ทริปนี้พี่เดินทางด้วยการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินที่บินตรง Bangkok – Auckland ใช้เวลาบินประมาณ 12 ชม. ก็มาถึงเมืองโอ๊คแลนด์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับหนึ่ง เป็นเมืองที่สำคัญทางด้านการเรียน การศึกษา การเงินของนิวซีแลนด์ พี่จัดการพาตัวเองผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง ที่เคร่งครัดเรื่องของต้องสำแดงพอสมควร มีน้องหมาหลายพันธุ์ แสนรู้ น่ารัก มาเป็นผู้ช่วยตรวจกระเป๋าสัมภาระของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี พี่ไม่มีอะไรน่าห่วง ผ่านฉลุย!!

ในเดือนพฤษภาคม เกาะใต้ของนิวซีแลนด์จะเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูหนาว หรือจะเรียกว่าเป็นช่วง Autumn ตอนปลายแล้ว แม้เดือนในนี้อุณหภูมิจะไม่หนาวถึงขั้นติดลบ แต่สำหรับคนเอเชียขี้หนาวอย่างพี่ ก็แทบต้องร้องออกมาดัง ๆ ว่า หนาวโว๊ย!

แต่เมื่อนึกถึงวิวทิวทัศน์ที่จะได้ไปเห็น ผู้คนที่จะได้พูดคุยด้วย รสชาติของอาหารที่สดอร่อย ไม่แพ้ที่ไหน ในโลก ที่รอพี่อยู่ข้างหน้าแล้ว หนาวแค่ไหน ก็พร้อมเสมอ และอีกอย่างนึง เกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ จะอบอุ่นกว่าเกาะใต้เล็กน้อย เนื่องจากทางใต้นั้น มีพื้นที่ที่ใกล้กับขั้วโลกใต้มากกว่า ดังนั้น อากาศจึงหนาวเย็นมากกว่า

ทริปนี้ เนื่องจากต้องไปประชุมที่เมืองโรโตรัวด้วย จึงต้องเดินทางจากโอ๊คแลนด์ ไปที่โรโตรัวก่อน ระยะเวลาการเดินทางด้วยรถประจำทาง ประมาณ 3-4 ชม. ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรด้วย ซึ่งแน่นอนว่า การจราจรในนิวซีแลนด์ แตกต่างจากบ้านเรามากมายนัก เมืองโรโตรัว (Rotorua) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ ที่มีชาวเมารีอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นที่ตั้งของ ทะเลสาบโรโตรัว อันเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอับดับสองของเกาะเหนือ ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟที่ระเบิดไปแล้วเมื่อ 240,000 ปีก่อน เป็นเมืองที่มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้เล่นมากมาย

รถแวะพักให้ได้เข้าห้องน้ำ ยืดแข้งยืดขากันประมาณ 15 นาที ที่เมืองมาทามาท่า (Matamata) ก่อนจะออกเดินทางต่อ — ที่เห็นนี้ คือ I-Site เป็นจุดบริการด้านข้อมูลข่าวสารแก่นักท่องเที่ยว ด้านในจะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการและให้คำแนะนำอยู่ มีแผนที่ โบว์ชัวร์แนะนำกิจกรรม และโรงแรมที่พักต่าง ๆ อยู่มากมาย สามารถเลือกหยิบได้ฟรี และยังเป็นที่ขายของที่ระลึกของเมืองนั้น ๆ อีกด้วย อย่างเช่นที่เมืองนี้ มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างมาก ผ่านภาพยนต์เรื่อง The Hobbit ของที่ระลึกจากภาพยนต์เรื่องนี้ก็จะมีมากมายตามไปด้วย
กอลลัม ตัวละครหนึ่งในเรื่อง The Lord of the ring และเรื่อง The Hobbit

การทำงาน กินระยะเวลา 3 วัน หลังการประชุมก็มีโอกาสได้เดินเที่ยวเล่นในตัวเมือง ไปยังจุดที่สามารถไปเองได้ด้วยการเดิน เพราะต้องประหยัดเงินไปหน่อย ที่เมืองโรโตรัวเวลานี้ อากาศจะเย็นสบาย แต่งตัวสบาย ๆ ดูอย่างพี่สิ กี่ชั้นกันเนี่ย!! ได้เดินเที่ยว Night Market ซื้อผลไม้และผักสดได้ที่นี่ ตลาดนี้จะรวบรวมชาวสวนที่เอาผักผลไม้สด ๆ ปลอดสารจากไร่ของตัวเองมาขาย ราคาไม่แพง แต่คุณภาพคับแก้ว พี่จัดผักไป 2 หัวไว้ทำสลัดกินเช้ารุ่งขึ้นเลย

Rotoua Night Market โชคดีจังเลย!!
การแสดงโชว์การต้อนรับของชาวเมารี เต้น Haka
พิพิธภัณฑ์ Rotorua

หลังจบการทำงาน การเดินทางไปขับรถเที่ยวก็เริ่มต้นขึ้น…โดยเริ่มต้นจากการบินภายในประเทศที่ สายการบินภายในประเทศที่พี่เลือกใช้ คือ สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ (Air New Zealand) หรือสามารถเลือกไฟลท์ของสายการบินเจ็ทสตาร์ (Jetstar) ก็ได้แล้วแต่สะดวกเลย เวลาบินก็มีให้เลือกตามสะดวก

เครื่องบินใบพัด ตื่นเต้นเชียวแหละ
ด้านหน้าสนามบินโรโรตัวรัว เล็กพริกขี้หนูนะจ๊ะ
ด้านในก็พอมีอะไรให้เลือกชมเลือกซื้อพอกรุบกริบ
เคาน์เตอร์เช็คอินที่สนามบิน ก็จะมีไม่มาก ในช่วงเทศกาลคนจะเยอะ แนะนำให้ทำการพรีเช็คอิน หรือมาก่อนเวลาล่วงหน้านานขึ้นหน่อย
ทำเช็คอินเองที่สนามบินก็ไม่ยุ่งยากนะ
บริการดีดี จาก Ground Team ของสนามบินโรโตรัว เสิร์ฟชา กาแฟ ช็อคโกแลตร้อน อร่อยมาก
หรือจะเลือกซื้อทานในคาเฟ่ต์ของสนามบินแล้วนั่งรอเครื่องสบาย ๆ ชิคแอนด์ชิล ก็ได้นะ

หลังการเดินทางบนเครื่องบินนาน 1 ชั่วโมงเศษ ทานคุ้กกี้แสนอร่อยกับลูกอมหอมหวานยังไม่ทันหมดดี ก็มาถึงสนามบินนานาชาติไคร้สท์เชิร์ช เป็นสนามบินที่ใหญ่มาก และรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาเยือนที่นี่นับหลายพันคนต่อวัน

ไคร้สท์เชิร์ช (Christchurch) เป็นเมืองที่มากไปด้วยสถาปัตยกรรม และบรรยากาศสไตล์อังกฤษ จนได้รับการขนานนามว่า “อังกฤษนอกเกาะอังกฤษ” และยังได้ชื่อว่าเป็น “Garden City of the World” อีกด้วย หลักงจากมาถึงที่นี่เรารับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว ก็มองหาเคาเตอร์เช่ารถ Hertz ที่ทำการเช่ามาเรียบร้อยแล้วจากเมืองไทย เนื่องจากทริปขับรถเที่ยวเกาะใต้ นิวซีแลนด์นี้ ไม่จองรถมาก่อนล่วงหน้าก็อาจจะไม่สะดวกเท่าใดนัก เสี่ยงต่อการไม่ได้รถเป็นอย่างมาก

เคาเตอร์บริการรถเช่า HERTZ
เคาเตอร์รถหลาหลายยี่ห้อ มากมายเรียงต่อกัน ทำให้ไม่ยากเลยในการมองหา

การรับรถเช่าในนิวซีแลนด์ มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เรามีใบขับขี่แบบ Smart Card รุ่นใหม่ของไทย ที่ยังไม่หมดอายุ ก็สามารถยื่นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับรถที่จองไว้ได้เลย เจ้าหน้าที่จะแนะนำประกันแบบต่าง ๆ ให้กับเราด้วยนะ อันนี้ไม่ต้องตกใจไป ถ้าเราสนใจจะทำเพิ่ม ก็ซื้อก็เซ็นต์ จ่ายผ่านบัตรเครดิตได้เลย เพราะการจองรถจะมีประกันแบบมาตรฐาน ตามกฏหมายของนิวซีแลนด์พ่วงมาให้ด้วยอยู่ คล้าย ๆ กับประกันชั้น 3 และประกันพรบ.บ้านเรา ซึ่งบางคนต้องการซื้อเพิ่มเป็นชั้น 1 หรือชั้น 2 อะไรก็สามารถตัดสินใจกันได้เลย แอบกระซิบนิดนึง…ราคาไม่เบาเลยนา

ถัดมา คนถามกันมาเยอะ ว่าเราจะสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งโทรกลับไทยได้ยังไง เมื่ออยู่ที่นิวซีแลนด์ ถามมา พี่ก็ตอบไป พอลงจากเครื่องมาแล้ว รับกระเป๋ากันแล้ว ติดต่อเรื่องเช่ารถเรียบร้อยแล้ว ก้มองหาเคาเตอร์ที่ให้บริการซิมโทรศัพท์ ในที่นี้ขอแนะนำยี่ห้อ Vodafone เพราะตั้งแต้งใช้งานมายังไม่มีปัญหาเื่องสัญญาณต่าง ๆ ไม่เสถียรแต่อย่างใด อีกทั้งการให้บริการของพนักงานสาวสวยและหนุ่มหล่อ ก็ประทับใจพี่อย่างมาก แค่บอกไปว่าอยู่กี่วัน ใช้งานทั้ง 2 เกาะ พนักงานก็จะเสนอแพ็คเกจมาให้เลือกพร้อมคำอธิบายภาษาอังกฤษที่เข้าใจง่ายมาให้เราเลือก จากนั้น ยื่นโทรศัพท์ไปที่พนักงาน จ่ายเงิน พนักงานที่น่ารักจะทำการย้ายซิม เชื่อมต่อสัญญาณ เติมเงิน ต่าง ๆ ให้เราเสร็จสรรพ พร้อมใช้งานให้เราในทันที

เคาเตอร์ VODAFONE ให้บริการซิมโทรศัพท์
เลือกซื้อตามใจ เพราะมีแพ็คเกจต่าง ๆ ให้เลือกใช้มากมาย ราคาหลากหลาย เลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานของเราได้เลย

เมื่อเรียบร้อยกันแล้ว ก็ไปที่รถกันได้เลย รถของบริษัทเช่ารถต่าง ๆ จะจอดอยู่ด้านนอกอาคารสนามบิน เราต้องเดินออกไปก่อน ซึ่งหาไม่ยากแน่นอนค่ะ มองป้ายบอกทางก็สามารถเดินตามไปได้เลยง่าย ๆ ดูให้ดีว่ารถเราทะเบียนอะไร ก็เก็บของใส่รถ เดินสำรวจริ้วรอยต่าง ๆ รอบตัวรถ ถ้าพบว่ามีก็ถ่ายรูปไว้ แจ้งเจ้าหน้าที่ให้รับทราบก่อน แล้วจึงค่อยออกเดินทาง แต่ถ้าเราทำประกันชั้น 1 เอาไว้ เราก็ไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปรอยต่าง ๆ เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เค้านะคะ สามารถขับออกไปได้เลย ทริปนี้ รถที่เราเลือกใช้งานคือ KIA CARNIVAL ใช้งานง่าย ขับรถทางเลนซ้าย พวงมาลัยรถอยู่ทางขวามือ เหมือนเมืองไทยเรา แต่ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือป้ายจราจรต่าง ๆ รวมถึงต้องเคร่งครัดกฏจราจรเป็นอย่างมากด้วย เพราะกฏหมายของนิวซีแลนด์ค่อนข้างเคร่งครัด หากผิดกฏ ใบสั่งก็จะตามมาติด ๆ

ที่จอดรถจะอยู่ด้านนอกอาคารสนามบิน เดินออกไปก่อน หาไม่ยาก ให้มองป้าย Hertz
รถที่เลือก คือรถยี่ห้อ KIA CARNIVAL
ที่วางกระเป๋าด้านหลังกว้าง ที่เห็นอยู่คือกระเป๋าขนาด 28-29″ จำนวน 4 ใบ ใส่ได้สบาย ๆ
ที่นั่งด้านใน กว้าง สะอาด ไม่มีกลิ่น ถ้ามีกลิ่น รีบบอกเจ้าหน้าที่เลย เปลี่ยนรถใหม่ได้

เราเริ่มทริปจากการขับรถเที่ยวชมเมืองไคร้สท์เชิร์ช พลางมองหาร้านอาหารเพื่อทานมื้อกลางวันกันก่อน เมื่อท้องเริ่มหิว ตาก็จะเริ่มลาย แต่ติดด้วยที่ไคร้สท์เชิร์ชเป็นเมืองใหญ่ มีที่เที่ยว ที่ชิม และแหล่งช้อปปิ้งมากมาย ร้านอาหารก็มีทั้งร้านอาหารฝรั่ง ไทย จีน ครบถ้วนเลย ทำให้ตัดสินใจกันยากซักหน่อย แต่ไหน ๆ เราต้องเข้าไปเยี่ยมชม Botanic Garden กันอยู่แล้ว มื้อนี้เราก็เลยพากันแวะที่ร้าน Curator’s House Restaurant Cafe ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้า Botanic Garden เลย ร้านนี้สเต็กอร่อยมาก ใครที่ขับรถเที่ยวเกาะใต้นิวซีแลนด์ และมาเที่ยวไคร้สท์เชิร์ช ต้องไม่พลาดมาทานที่ร้านนี้นะคะ

สไตล์ของร้าน ตกแต่งแบบคลาสสิค น่ารัก
เจอสเต๊กเนื้องวัว จานนี้เข้าไป ยิ้มออกเลย
Starter ก็น่าทานไม่เบา
ปิดท้ายด้วยของหวานแบบฟิน ๆ

หลังจากที่ทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อยแล้ว เราเหลือเวลาอีกนิดหน่อย ก่อนออกเดินทางต่อไปยังเมืองเลค เทคาโป จึงตัดสินใจจอดรถไว้ แล้วพากันนั่งรถหนอน หรือที่เรียกกันว่า “Caterpillar” เข้าไปชมต้นไม้ใบหญ้าด้านใน

Caterpillar หรือรถหนอน พาเข้าไปเยี่ยมชมทั่วทั้ง Botanic Garden
โรงเพาะกล้าไม้

หลังจากใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอสมควรแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อไปยังเมืองเลค เทคาโป ซึ่งต้องใช้เวลาในการขับรถผ่านวิวภูเขา และเมฆขาวยาวเหยียด นานประมาณ 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ระหว่างทางก็จะพบกับแกะนับร้อย เรียงรายอยู่บ้าง เป็นกลุ่มก้อนอยู่บ้าง พอให้เพลิดเพลินตา

แวะทานช็อกโกแลตร้อนกันก่อน ร้านนี้อร่อย
ร้านใกล้จะปิดแล้ว ปกติร้านอาหาร ร้านกาแฟ จะปิดประมาณ 17.30 น.

หลังจากแวะพักได้ไม่นาน ก็ต้องออกเดินทางกันต่อ ไม่นานนักทะเลสาบสีเทอร์ควอยส์แสนสวย ก็อยู่ในสายตา เลคเทคาโป (Lake Tekapo) เมืองเล็ก ๆ ริมทะเลสาบ สีของน้ำในทะเลสาบที่นี่เป็นสีเทอร์ควอยส์ บริเวณนั้นเอง มีโบสถ์เล็ก ๆ น่ารัก ซึ่งในปัจจุบันยังคงใช้ในการประกอบพิธีการต่าง ๆ เป็นจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกัน ใกล้กันมีอนุสาวรีย์สุนัขต้อนแกะ สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ สร้างไว้เพื่อเป็นการยกย่องคุณความดีของสุนัขแสนรู้

ทะเลสาบ เทคาโป
Church of Good Shepherd นับว่าเป็นโบสถ์ที่เล็กที่สุดในนิวซีแลนด์
อนุสาวรีย์ สุนัขต้อนแกะ

ใช้เวลาถ่ายภาพที่นี่เล็กน้อย ก่อนเดินทางเข้าสู่ที่พัก พวกเราผ่านช่วงวันอันยาวนาน แต่มีความสุขมาก กิจกรรมที่นิยมทำกันช่วงกลางคืนของที่เมืองนี้ คือการดูดาว ที่ Mount John เนื่องจากเมืองเลคเทคาโป เป็นเมืองที่มีท้องฟ้าสีดำดุจกำมะหยี่ ทำให้เราสามารถมองเห็นดวงดาวได้สวยงาม พราวระยับ รวมถึงกลางดึกก้สามารถมองเห็นทางช้างเผือกทอดยาว พาดบนท้องฟ้ามืดสนิทสวยงามมาก

ภาพที่พักยามค่ำคืน

เช้าวันรุ่งขึ้น เราเดินทางไปยังจุดชมวิวเลคปูคากิ (Lake Pukaki) ทะเลสาบที่สวยที่สุดในนิวซีแลนด์ สวยจนได้ชื่อว่า Million Dollar View ซึ่งมียอดเขาเมาท์คุกที่มีเทือกเขาสูงถึง 3,753 เมตร เหนือยอดเขามีหิมะและธารน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี เป็นฉากหลัง และแนะนำให้จอดแวะที่ Mt. Cook Alpine Salmon เพื่อเลือกซื้อเนื้อแซลม่อนสด ๆ มาลองทาน

Himalayan Tahr รูปปั้นนี้ตั้งอยู่ที่ Mount Cook Alpine

ใช้เวลาที่นี่จนพระอาทิตย์เริ่มขึ้น แต่ด้วยจุดหมายปลายทางของวันนี้ อยู่ที่เมืองดันเนดิน ซึ่งระยะทางยังเหลืออยู่อีกยาวไกลมาก ๆ พี่นั่งรถหลับไป แล้วตื่น แล้วหลับไปอีกครั้ง แล้วก็ตื่นมาอีก หลายครั้ง 555 ในที่สุดก็นอนต่ออีกไม่ไหว เราขับเข้าสู่เส้นทาง Moeraki          ถึงเมืองโออามารู (Oamaru) พอถึงที่นี่พี่ก็รู้เลยว่า เมืองดันเนดินอยู่อีกไม่ไกลแล้ว

เส้นทางนี้มีก้อนหินกลมรูปร่างประหลาด ชื่อว่า Meoraki Boulders เป็นกลุ่มหินรูปร่างประหลาดอยู่ที่ Koekohe Beach ที่ตั้งวางกระจัดกระจาย แต่ละก้อนมีน้ำหนักเป็นตัน ๆ พี่อดใจไม่ไหว วิ่งลงไปเร็วจี๋ เพื่อถ่ายรูปด้วย แม้ว่ากล้องจะไม่พร้อมเท่าไหร่ แต่ยังไงก้ได้รูปมาบ้าง พอให้ย้อนกลับไปดูแล้วหายคิดถึง ถ้ามาในเวลาที่สดใสกว่านี้ ก้อนหินประหลาดพวกนี้ จะมีทะเลสวยเป็นแบคกราวน์ เชื่อว่านักถ่ายภาพคงจะต้องรู้สึกฟิน ไปตาม ๆ กัน

Meoraki Boulders
Meoraki Boulders

เมืองโออามารู ยังมีที่เที่ยวอีกเยอะ บรรยากาศในเมืองก็น่ารัก สังเกตุได้จากสีหน้าพี่ ถ่ายรูปไปก้มีความสุขไปด้วย

เมาค่ะเมา
วิวแถวนั้น ร้านค้า ตกแต่งสวยงามทุกร้าน

พอแล้ว…เดินทางต่อกันเลย ไม่อย่างนั้น ไม่ถึงแน่ ๆ อึดใจเดียวก็มาถึงเมืองดันเนดิน (Dunedin) แล้ว เมืองนี้เป็นเมืองที่มากไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบ “สก็อตทิช” มีมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งตั้งอยู่ ทำให้เต็มไปด้วยนักศึกษาจากหลากหลายเชื้อชาติ สถานีรถไฟก็สวยงาม มองไปทางไหนชวนให้ถ่ายรูปไปด้วยซะหมดเลย

สถานีรถไฟ ดันเนดิน กับสถาปัตยกรรมแบบสก็อตทิช
รถไฟก็ยังคงมีให้บริการกันทุกวัน ไม่ใช่สถานีร้างนะ
รถไฟนี้ ให้บริการนำเที่ยวทางรถไฟ มีอาหารบริการด้วย First Class จริง ๆ
ปิดท้ายวันนี้ด้วยการ เยี่ยมชม พ้อมซื้อของฝากที่โรงงานช็อกโกแลต แค่เดินผ่านกลิ่นก็เตะจมูกแล้ว

หลังจากเที่ยวกันมาทั้งวันแล้ว ทริปที่แสนยาวนานก็ต้องจบลงด้วยอาหารดีดีซักจานหนึ่ง วันนี้เราไปแวะทานกันที่ร้าน Speight’s Ale House ร้านนี้สเต๊กเด็ด เบียร์อร่อย เป็นร้านอาหารกึ่งผับที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว อาหารของที่นี่จะเสิร์ฟเป็นคอร์สนะคะ สั่งอะไรมาทาน ต้องเผื่อท้องไว้ทานจานถัด ๆ ไปด้วยนะ

ในร้านจะมีเบียร์หลายชนิดให้เราเลือกสั่งมาดื่มได้เลย
Starter เป็นซุปฟักทอง กับขนมปังก้อนโต ๆ ทาเนยแบบนี้เลย
ก้อนโตมาก ๆ ที่สำคัญคือ อร่อยมาก ๆ
อาหารจานหลัก แสงน้อย แต่ความอร่อยไม่น้อยเลยนา
ดูห้องพักพี่ซะก่อน นอนแล้วจะอยากลุกอยากตื่นมั๊ยเนี่ย

วันรุ่งขึ้นที่เมืองดันเนดิน เราออกเดินทางไปชมปราสาทแห่งเดียวในนิวซีแลนด์โอบล้อมไปด้วยอ่าวโอทาโก้ (Otago) ปราสาทนี้มีชื่อว่า Larnarch Castle แม้ว่าจะมีขนาดเล็กมาก แต่นักท่องเที่ยวก็ให้ความสำคัญ เข้าไปเยี่ยมชมกันอย่างไม่ขาดสาย

อ่าวโอทาโก้ (Otago)
ตัวปราสาท
รูปปั้นสิงโตหน้าปราสาท
สามารถทานอาหารได้
มื้อน้ำชา เลิศ หรู อลังการณ์

หลังจากมื้ออาหาร เราเดินทางต่อไปยังเมืองเต อะนาว (Te Anau) ผ่านทิวทัศน์ที่สวยงามไม่รู้จบ ใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร ส่วนใหญ่วิวของทางใต้นี้ จะคล้าย ๆ กันไปหมด สัตว์ที่พบเห็นโดยทั่วไปก็ยังคงเป็นแกะ แต่จะมีเพิ่มเติมก็คือกวาง อาหารบางมื้อของเราก็เป็นเนื้อกวาง อร่อยดี

ทะเลสาบเต อะนาว (Te Anau) เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สอง ของประเทศนิวซีแลนด์ รองลงมาจากทะเลสาบเทาโป (Taupo) ในเกาะเหนือ และยังนับได้ว่าเป็นเมืองหน้าด่านของการขับรถเข้าไปเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติมิลฟอร์ด ซาวน์ (Milford Sound) และอุทยานแห่งชาติดับฟูล ซาวน์ (Doubtful Sound) ระหว่างทางจะมีสถานที่สวย ๆ ให้แวะลงถ่ายรูปเป็นระยะ ๆ ไม่น่าเบื่อเลย

Eglinton Valley เป็นที่ราบที่รู้จักกันดีในนาม “เส้นทางไร้ภูเขา”
Eglinton Valley เป็นที่ราบที่รู้จักกันดีในนาม “เส้นทางไร้ภูเขา”
Mirror Lake
Mirror Lake
แวะตรงนี้ก็ลืมจำ ว่าที่นี่คือที่ไหน
The Chasm
Milford Sound

เราล่องเรือชมความงามของมิลฟอร์ด ซาวน์ เรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางกลับออกมา แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองควีนส์ทาวน์

เมืองควีนส์ทาวน์ (Queenstown) เมืองเล็กน่ารักสไตล์อังกฤษที่ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ชื่อ The Remarkables ซึ่งอุดมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามบนชายฝั่งของ ทะเลสาบวาคาติปู (Wakatipu) จึงทำให้วิวทิวทัศน์ของที่นี่งดงามราวกับภาพฝัน เหมาะเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวของคนทั่วไป

Goldfields Jet boat
Goldfields Jet boat
AJ Hackett Bungy Kawarau Bridge
แม่น้ำวาคาติปู
ล่องเรือกลไฟ TSS Earnslaw ในแม่น้ำวาคาติปู
เดินเล่นชมเมืองแอร์โร่วทาวน์

ทริปนี้จบลงที่เมืองควีนส์ทาวน์ เช้าวันรุ่งขึ้นเราต้องเดินทางกลับกันแล้ว พี่เลือกไฟล้ท์กลับจากเมืองควีนส์ทาวน์ ไปยังเมืองโอ๊คแลนด์ ให้พอดีกับไฟล้ท์ของสายการบินไทยพอดี ใครที่วางแผนจะไปในเส้นทางนี้ สามารถติดต่อมาปรึกษาเรื่องเส้นทาง พร้อมจองรถ และที่พัก กับแพน ฮอลิเดย์ แอนด์ แทรเวล ได้เลย ที่นี่ให้คำปรึกษาโดย Kiwi Specialist ที่รู้จริงและพร้อมให้คุฯมีประสบการณ์ขับรถเที่ยวนิวซีแลนด์ เกาะใต้ ที่มีความสุข สนุกไม่รู้ลืม

โทร.02-533-9883 หรือ 085-192-4750