• วัน-เวลาทำการ

    จ.-ศ. 09.00-18.00 / ส. 09.00-12.00

  • Hotline

    085-242-6838, 02-533-9883

ทัวร์ล่องเรือสำราญ Royal Caribbean ทริปที่ทั้งสนุก ทั้งอิ่มอร่อย

เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวโดยเรือสำราญ น้อยคนนักที่จะนึกภาพออก อาจเป็นเพราะว่าการท่องเที่ยวแนวนี้ ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในแถบบ้านเรา ต่างกับในแถบยุโรป หรือเมดิเตอร์เรเนี่ยน ที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวโดยเรือสำราญมานานมากแล้ว

วันนี้แพนฮอลิเดย์ จะขออาสาบอกเล่าขั้นตอน และโชว์บรรยากาศในการเที่ยวบนเรือสำราญให้ได้อ่าน ตามแบบฉบับของคนหัดเที่ยวทางเรือ ที่สามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยากเลย

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า เราจะไปล่องเรือสำราญ Royal Caribbean ชื่อ Voyager of the Seas ล่องไปบนเส้นทาง สิงค์โปร์-กัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ โดยจะ Cruising อยู่กลางทะเล 1 คืน ก่อนจะเข้าเทียบท่าที่สิงคโปร์ในวันสุดท้าย เส้นทางนี้ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน

การเดินทางเริ่มจากหาตั๋วเครื่องบินราคาดีดีซักใบ แพ็คกระเป๋าให้เรียบร้อย สิ่งที่แนะนำให้ต้องนำติดตัวไปก็จะเป็นข้าวของเครื่องใช้แบบเวลาที่เราจะไปเที่ยวทะเลเลย เช่น ครีมกันแดด ชุดว่ายน้ำ แว่นกันแดด ชุดสบาย ๆ ไว้ถ่ายรูปบนเรือ และที่ลืมไม่ได้เลยคือ ชุดราตรี และสูทสากล สำหรับคืนกัปตัน ไนท์ รวมถึงท่านที่ตั้งใจว่าจะไปเล่นน้ำ แช่ตัวในอ่างจากุชชี่ หรือทำกิจกรรมทางน้ำเยอะ ๆ ก็ควรนำชุดว่ายน้ำไปหลาย ๆ ตัวหน่อย ส่วนเรื่องการทำชุดว่ายน้ำให้แห้งเร็ว ๆ นั้น เอียงหูมา เราชาวแพน ฮอลิเดย์จะบอกให้เอง…

เมื่อเดินทางถึงสนามบิน เราสามารถเลือกเดินทางไปยังท่าเรือได้หลากหลายวิธี แต่ทริปนี้ แนะนำว่านั่งแท๊กซี่ไปจะสะดวกมากที่สุด เพราะกระเป๋าเดินทางและสัมภาระต่าง ๆ อาจไม่เหมาะกับการเดินทางด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น MRT หรือ BUS เป็นต้น

เมื่อไปถึงที่ท่าเรือ ก็ทำการเช้คอินเพื่อรับ Tag ติดกระเป๋าเดินทาง โดยกระเป๋าจะถูกลำเลียงขึ้นเรือไปวางไว้ที่หน้าห้องพักของท่าน หรือหากท่านไม่ต้องการรอกระเป๋านาน ก็สามารถลากกระเป๋าของตัวเองขึ้นไปบนเรือได้เลย ไม่ยุ่งยาก และไม่ลำบากเลยค่ะ

สำหรับท่านที่ต้องการให้ทางเรือนำกระเป๋าเดินทางขึ้นไปไว้ให้ เมื่อโหลดกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ให้ไปยังจุดลงทะเบียนรับ Sea Pass หรือที่บางท่านอาจจะเรียกว่า Cruise Card โดยเจ้าหน้าที่จะให้กรอกประวัติสุขภาพ และถ่ายรูปเราเอาไว้ก่อนจะลงเรือ

เมื่อได้รับ Sea Pass หรือ Cruise Card แล้ว เราก็ลงเรือกันเลยค่ะ ลักษณะก็จะคล้าย ๆ กับการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินเกือบทุกอย่างนะคะ เจ้าหน้าที่จะมีประจำจุดต่าง ๆ คอยชี้บอกทางให้เราเดินไปค่ะ เมื่อลงเรือเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถเอากระเป๋าหรือสัมภาระต่าง ๆ ของเราไปเก็บที่ห้องพักก่อนได้เลย

Sea Pass หรือ Cruise Card นี้มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตบนเรือเป็นอย่างมากนะคะ ใช้เป็นบัตรเปิดเข้าห้องพัก ใช้สำหรับผูกกับบัตรเครดิตเอาไว้ซื้อของบนเรือ ช้อปปิ้ง หรือจะเรียกได้ว่าเป็นบัตรแทนตัวเรา แทนพาสปอร์ตไปเลยก็ได้ค่ะ บนเรือการใช้จ่ายต่าง ๆ ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ซื้อของที่ระลึก ซื้ออาหารเพิ่มเติมจากที่ทางเรือมีไว้ให้ฟรี หรือแม้กระทั่งซื้อทัวร์บนฝั่ง ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็จะถูกสแกนเข้าบัตรใบนี้ สำหรับท่านที่ประสงค์ให้ผูกบัตรเครดิตเอาไว้กับ Cruise Card ของท่าน เมื่อถึงเวลาต้องขึ้นจากเรือ ทางเรือเค้าก็จะตัดบัตรเครดิตของท่านโดยอัตโนมัติ หรือท่านที่แจ้งว่าจะชำระเป็นเงินสด ก็สามารถถือเงินสดไปชำระที่เคาน์เตอร์ Customer Service ได้เช่นกันค่ะ โดยสกุลเงินที่ใช้จ่ายบนเรือ คือ USD รายละเอียดเหล่านี้ สำหรับท่านที่จองเรือกับทางแพน ฮอลิเดย์ แอนด์ แทรเวล ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะทำตัวไม่ถูก รับรองว่าเราให้รายละเอียดอย่างครบถ้วนก่อนลงเรือแน่นอนจ้า

หลังจากนั้น เก็บกระเป๋า พักยืดเส้นยืดสาย เตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อม เพราะต้องเอารูปสวย ๆ ไปอวดบน Facebook Pan Holiday แล้ว เราก็ได้เวลาสำรวจเรือกันในที่สุด เรือลำนี้ มีเครื่องเล่นที่น่าสนใจ เช่น Flow Rider กิจกรรมปีนหน้าผาจำลอง สปา ซาวน์น่า แช่อ่างจากุชชี่ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ มินิกอล์ฟ สนามบาสเกตบอล สระว่ายน้ำ รวมถึงสินค้าช้อปปิ้งแบรนด์ดัง ๆ ก็มีให้ท่านได้ช้อปปิ้งอย่างจุใจ ในราคา Duty Free

คาสิโน
โซนพรอมมานาด
โซนนั่งเล่น
ปีนเขา
สนามบาสเกตบอล
สระว่ายน้ำ
เสื้อชูชีพมีไซส์เล็ก ๆ สำหรับเด็กด้วย
กิจกรรม Flow Rider
โบสถ์ ซึ่งสามารถใช้ประกอบพิธีแต่งงานได้บนเรือ พี่สวมเสื้อทีม แพน ฮอลิเดย์ ครั้งแรกเลยเนี่ย เห่อสุด ๆ
อยากมีอารมย์แบบแจ็คกับโรสเค้าบ้าง ซี่กรงเรือเค้าสูงนะ พี่ไม่ได้ตัวเตี้ยแต่อย่างใด หึหึหึ
มีห้องบริการสระไดร์ ทำผมโดยช่างมืออาชีพด้วยนะ
แกลลอรี่ต่าง ๆ สวยงามทั้งลำเรือ

นอกจากนี้ หลายคนยังกังวลว่า อาหารบนเรือ จะมีหน้าตาเป็นยังไง มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ และอาหารจะถูกปากคนเอเชียอย่างเรา ๆ หรือเปล่า แพน ฮอลิเดย์เองหาได้นิ่งนอนใจไม่ รีบวิ่งลงมาดูที่ห้องอาหารให้ทันที Hahaha!! ได้ควาวมาว่า บนเรือจะมีอาหารหลากหลายประเภทให้เราได้เลือกรับประทาน ในห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ อาหารเค้าก็จะเป็นแบบ International Buffet หรือจะเลือกเข้าไปนั่งทานในห้องอาหารหลัก ชื่อห้องอาหาร “Sapphire Dining Room” สั่งเป็นแบบอะลาคาสก็ได้เช่นกัน

อาหารในห้องอาหารแบบ Buffet จริง ๆ แล้วมีเยอะกว่านี้มาก ๆ แต่พี่หิวแล้วทนถ่ายรูปไม่ไหว ต้องขอทานก่อน 555
ลงเรือวันแรก มื้อแรก งง ๆ หัวยุ่งนิดนึง แต่อร่อยฟินจ้า
สวรรค์ของคนรักของหวาน
อาหารลดน้ำหนักก็มา
เรือสัญชาตอเมริกัน เบอร์เกอร์ก็ต้องมาสิ
เนื้อนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยอร่อย ฟินมาก
ขนมปัง เบเกอรี่ มีไม่อั้น
ขนมหวานในห้องอาหาร Dinning Room
ขนมหวานในห้องอาหาร Dinning Room
อาหารจานหลัก Dinning Room
อร่อยฟิน สั่งกี่ที่ก็ได้ ไม่มีอั้นเหมือนกัน

สำหรับของฝากของที่ระลึกบนเรือ ท่านก็สามารถเลือกซื้อได้ตามอัธยาศัยเช่นกัน สินค้าลดราคาให้ท่านอ่านจากใบปลิวที่เจ้าหน้าที่นำมาวางไว้ให้ทุกวัน รายละเอียดในนั้น จะระบุเวลาที่ทางเรือจะเปิด Sale ให้เป็นรอบ ๆ ไป สำหรับขาช้อปอย่างเจ้าหน้าที่ของแพน ฮอลิเดย์ ก็ไม่พลาดที่จะเลือกช้อปกระเป๋าน่าใช้มาเป็นของรางวัลให้กับผู้ที่กด Like และกดติดตาม Pan Holiday Facebook fan page ของเราที่ https://www.facebook.com/pan.holiday/ หากไม่อยากพลาดอย่าลืมไปติดตามกิจกรรมดีดีกันได้นะคะ

กระเป๋าแบรนด์เนม Duty Free
ป้ายคล้องคอ สำหรับใส่บัตร Sea Pass หรือ Cruise Card
Magnet ติดตู้เย็น สำหรับนักสะสม
โมเดล และของเล่นต่าง ๆ
ตุ๊กตาน่ารักจาก Dream works
ตุ๊กตาจาก Dream works
โมเดลเรือจำลอง
ตุ๊กตาจาก Dream works

สำหรับท่านที่สงสัยว่า อยู่บนเรือสำราญเนี่ย จะต้องแต่งสวย แต่งหล่อตลอดเวลา เหมือนแจ็คกับโรสในเรื่องไททานิคมั๊ย? แพน ฮอลิเดย์ก็ได้หาคำตอบมาตอบแบบจริงใจเลยว่า ตามอัธยาศัยได้เลย Hahaha!! หลายคนชอบถ่ายรูป ก็แต่งตัวสวย ๆ หล่อ ๆ ถ่ายรูปกันทั้งวัน ทั้งคืนก็มี บางคนชอบกิจกรรม ใส่ชุดว่ายน้ำ ชุดฟิตเนส ตลอดทั้งวันก็มี หรืออย่างใครที่ชอบแบบคล่อง ๆ ตัวหน่อย ก็สวมเสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น กับรองเท้าผ้าใบได้ สบาย ๆ ไม่ต้องกัวลสายตาใคร ดูให้ไม่โป๊ เปลือย เข้าข่ายอนาจาร ก็เพียงพอ บนเรือเด็กเล็ก ๆ เยอะเลย ตัวอย่างก็ประมาณด้านล่างนี้ค่ะ

กางเกงขาสั้น สามารถใส่ได้นะคะ แต่ดูว่าอย่าให้โป๊มากไป หรือดูไม่สุภาพมากเกินไป
แต่งตัวแบบสบาย ๆ นั่งทานอาหารในบรรยากาศแสนสบาย
หรือจะใส่ชุดเดรส อารมย์แบบทะเล ฮาวาย สีสันสดใสดูสนุกสนานก็สามารถทำได้
เชิ้ตแบบสบาย ๆ ก็ไม่มีใครว่า
คืนกัปตันไนท์ เราก็ต้องไม่ยอมแพ้ใคร จัดไป!!
การแต่งกายแบบไหน ในแต่ละวัน ทางเรือก็จะแจ้งเอาไว้ที่ Cruise Compass ด้วย เพื่อให้ผู้โดยสารแต่งตัวในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งเรือ สร้างบรรยากาศที่ดี
แต่งสวยหล่อ แม้เวลาดื่มนมก็สวยหล่อได้
หลายแบบ หลายสไตล์ เลือกเอาที่ใจรักเลยค่ะ
แต่งแบบ Smart ก็ดูคล่องตัวไปอีกแบบ
วันที่ต้องการเล่นกิจกรรมหนักหน่อย เราก็ต้องจัดเต็มหน่อย

สำหรับคนที่ต้องการดื่มด่ำกับทางเรือเค้ามากหน่อย ก็อาจอ้างอิงการแต่งกายของท่าน กับ Cruise Compass ซึ่งจะอัพเดทกันวันต่อวัน ในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมต่าง ๆ เช่นปีนหน้าผาจำลอง, Flow Rider, โชว์ต่าง ๆ ของทางเรือ, พาเหรด ฯลฯ ซึ่งทำให้ท่านไม่พลาดเรื่องใด ๆ ที่สำคัญ ระหว่างที่ท่านใช้ชีวิตบนเรือ และนอกจากเอกสารที่มีไว้ให้อ่านแล้ว การแจ้งข่าวสารต่าง ๆ ก็จะประกาศทั่วกันบนเรือด้วย ซึ่งแน่นอนว่าภาษาที่ใช้บนเรือเป็นภาษาอังกฤษค่ะ

เที่ยวเรือสำราญ นอกจากเราจะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บนเรือ หรือดูโชว์ ดูการแสดงที่ทางเรือจัดเตรียมไว้ให้ท่านแล้ว เมื่อเรือเทียบท่า ณ ประเทศต่าง ๆ ตามโปรแกรมที่เรือจะผ่าน ก็มักจะมีการลงเที่ยวตามเมืองต่าง ๆ นั้นด้วย เรียกว่า Shore Excurtions หรือหากท่านต้องการขึ้นจากเรือ เพื่อไปเที่ยวด้วยตัวเองก็ได้ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน และใช้เวลาไม่นาน และหากต้องการซื้อทัวร์ประเทศต่าง ๆ ที่ทางเรือมีให้บริการ ก็สามารถติดต่อได้ที่ Customer Service ชั้น 5 เพื่อเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์ที่ท่านชอบได้เลย สำหรับ Voyager of the sea เส้นทางนี้ จะเทียบท่าที่พอร์ต Klang, Kuala Lumpur, Malaysia แอบกระซิบนิดนึงว่า ท่านไหนที่อยากซื้อแพ็คเกจทัวร์เรือสำราญ แต่ไม่อยากซื้อทัวร์บนฝั่งกับทางเรือเค้า แพน ฮอลิเดย์ แอนด์ แทรเวล ก็สามารถให้คำปรึกษากับท่านได้เช่นกันค่ะ

การที่เราเลือกซื้อ Shore Excurtions ของทางเรือ มีข้อดี ที่น่าคิดอยู่อย่างหนึ่ง คือเราไม่ต้องกังวลว่า หากกลับลงเรือไม่ทันเวลาที่เรือจะออกจากท่า เรือจะไม่รอเรา เพราะหากเราซื้อทัวร์กับทางเรือ ช้าเร็วอย่างไรแล้ว เรือจะต้องรอให้ผู้โดยสารทุกคนกลับขึ้นเรือจนครบก่อนแน่นอน สำหรับราคาของทัวร์บนฝั่งก็ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ท่านจะเลือก ราคาและระยะเวลาจะไม่เท่ากัน

สำหรับท่านที่ต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ ตามสไตล์ของตัวเอง ขั้นตอนการขึ้นเรือไปเที่ยวก็ไม่ยุ่งยาก โดยจะต้องทราบก่อนนะคะว่าเรือเทียบท่าเวลาไหน และประตูจะเปิดจากชั้นไหน ซึ่งทางเรือเค้าจะใช้ว่า Gang นะคะ สำหรับ Port Klang มีท่าเทียบเรือ ซึ่งสามารถส่งงวงมารับผู้โดยสารขึ้นท่าเรือได้เลย เราก็ต้องออกทาง Gang 4 ซึ่งเวลาเปิด-ปิด ก็จะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ประตูด้านนั้น หรือหากฟังประกาศไม่ทัน ก็ต้องอ่านใน Cruise Compass รายละเอียดจะมีบอกเอาไว้

ตอนที่ออกไปเที่ยวบนฝั่ง ท่านจะไม่ได้รับพาสปอร์ตติดตัวไป จะมีเพียงแค่ Sea Pass ที่ต้องนำติดตัวไปด้วยเท่านั้น ดังนั้น อย่าทำหายเชียวค่ะ ไม่งั้นขึ้นเรือลำบากเลย ตอนจะขึ้นไปก็ยื่น Barcode ด้านหลังบัตรให้เจ้าหน้าที่สแกนขึ้นจากเรือ ตอนจะกลับลงเรือก็ยื่นเหมือนเดิมเป๊ะเลย ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน

ยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่บันทึกก่อนขึ้นจากเรือ และกลับลงเรือ
วิวเรือจากบนฝั่ง มันใหญ่มากเก็บภาพไม่ครบเลย
Port Klang กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย
เก็บภาพไว้ ว่าเรามาถึงแล้วจ้า
เริ่มเห็นเรือเต็มลำกับเค้าแล้ววุ๊ย!!
สบาย ๆ เดินชมวิวไป หาของอร่อยทานไป ชิล!

เมื่อเรากลับมาลงเรือแล้ว เราก็ต้องรีบไปรับพาสปอร์ตคืน โดยจะมีกำหนดเวลาแจ้งเอาไว้ให้ไปรับตามชั้นต่าง ๆ ที่เราพักอยู่ โดยสามารถรับได้ระหว่างเวลา 15.00-17.00 น. ในรายละเอียดที่แจ้งในเอกสารชัดเจนแล้ว คือสามารถรับพาสปอร์ตของคนในครอบครัวแทนกันได้โดยไม่ต้องไปรับทีละคน

สำหรับคืนนี้เป็นคืนที่ 3 แล้ว เป็นค่ำคืนสุดท้ายก่อนที่เราจะต้องขึ้นฝั่ง ที่สิงคโปร์ การแต่งกายของเราจะเป็นแบบชุดสภาพเป็นทางการ เนื่องจากมีกัปตันไนท์ ผู้ชายสวมสูท ผูกไทด์ หรือเป็นทักซิโด้ ก็จะดีมาก ส่วนผู้หญิงเป็นเดรสตัวสวยก็ดูสวยสง่าตรงกับธีมในคืนนี้ ส่วนโชว์วันสุดท้ายก็จะอลังการหน่อย ๆ แต่แนะนำให้ท่านคำนวนเวลาดีดี เพื่อเก็บตกหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เช่น ช้อปปิ้งของที่ระลึก ถ่ายรูปในจุดที่สำคัญ ๆ ของเรือ เป็นต้น และต้องจัดเวลาสำหรับจัดกระเป๋าเดินทางไปวางไว้ที่หน้าห้องก่อน 22.00 น. ด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะต้องรีบร้อนไปซะเปล่า ๆ

ถึงเช้าวันสุดท้ายที่เราต้องขึ้นจากเรือแล้ว ท่านที่ต้องการให้ทางเรือนำกระเป๋าเดินทางของท่าน กลับขึ้นไปไว้ที่ท่าเรือ ท่านจำเป็นต้องจัดกระเป๋าของท่านพร้อมติดแท็กกระเป๋าให้เรียบร้อย วางไว้ที่หน้าห้องพักของท่านก่อนเวลา 22.00 น. ของคืนสุดท้าย และแบ่งของใช้ที่จำเป็นไว้ที่กระเป๋าใบเล็ก อาจจะเป็นกระเป๋าลาก หรือกระเป๋าหิ้วที่สามารถพกติดตัวได้ไม่ยุ่งยาก เพื่อใช้อาบน้ำแต่งตัวในตอนเช้าก่อนขึ้นจากเรือ

กลับจากดูโชว์เข้ามาที่ห้อง ก็เจอแท็กติดกระเป๋า พร้อมเอกสารแจ้งขั้นตอนการขึ้นจากเรือวางอยู่บนเตียงแล้วเรียบร้อย

 วันรุ่งขึ้น ท่านสามารถทานอาหารเช้าและขึ้นจากเรือได้ตามเวลาที่ทางเรือนัดหมาย โดยอ้างอิงจากแท็กติดกระเป๋าที่ท่านได้รับมา เช่นแท๊กสีเขียว เบอร์ 20 เป็นต้น ก็ดูเวลาที่จะขึ้นจากเรือในเอกสารที่เจ้าหน้าที่นำมาวางไว้ให้ในคืนสุดท้ายได้เลย พอถึงเวลาเราก็ไปที่จุดนัดพบ และขึ้นจากเรือไปยังท่าเรือที่เดียวกับตอนที่เราลงเรือมา โดยกระเป๋าของเราก็จะถูกนำลงมาวางไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

ลงบันไดเลื่อนมาก็เจอกองทัพกระเป๋า วางเรียงราย รอเจ้าของมารับคืน ของเราได้รับ Tag สีเขียวเบอร์ 20 เราก็มองหาป้ายหมายเลข 20 ได้เลย
จุดที่วางกระเป๋า กว้างขวาง เดินหาได้สะดวก ไม่ยาก
เมื่อรับกระเป๋าแล้ว ก็ต้องผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองตามปกติทุกอย่าง คล้ายที่สนามบิน ต้องตรวจลงตราพาสปอร์ต และสแกนกระเป๋าสัมภาระต่าง ๆ

ขั้นตอนต่าง ๆ ของการล่องเรือสำราญก็จบลงเพียงแค่นี้แล้วนะคะ หลังจากผ่านตรงนี้ไปได้แล้ว เราก็ลั้ลลาได้เลยตามสบาย จะเที่ยวที่ไหน ทานอาหารอร่อย ๆ ตรงไหนในสิงคโปร์ ก็สามารถเต็มที่ได้เลย สำหรับท่านที่ต้องเดินทางกลับไปที่สนามบิน ก็สามารถเลือกการเดินทางได้หลากหลาย ตามที่ท่านสะดวก เช่น ขึ้นรถบัสสาธารณะ ก็มีจุดให้บริการอยู่ หรือจะนั่งรถไฟ MRT ก็อาจต้องเดินลากกระเป๋ากันไปไกลหน่อย แพน ฮอลิเดย์ เราขอแนะนำให้เลือกเดินทางโดยแท๊กซี่โดยสารจะสะดวกที่สุดค่ะ

หากท่านสนใจทัวร์ล่องเรือสำราญ หรือต้องการสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการล่องเรือสำราญในเส้นทางต่าง ๆ ทั่วโลกเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ [email protected]: @pan.holiday หรือสามารถโทร. หาเราได้ที่ 02-533-9883 หรือ 085-242-6838 หรือหากท่านต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ใด ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แพน ฮอลิเดย์ แอนด์ แทรเวล ก็สามารถจัดการให้ท่านได้ตามความต้องการ ตามงบประมาณ ได้ทุกรูปแบบ…